scoops

ตู้ปลา ปั๊มน้ำ อุปกรณ์การเลี้ยง

เลือกปั๊มให้เหมาะสมกับตู้ปลา BY BUTAS

เลือกปั๊มให้เหมาะสมกับตู้ปลา การเลือกปั๊มน้ำนั้น ปกติถ้าต้องการข้อมูลที่แม่นยำก็ต้องให้วิศวกรเป็นผู้คำนวณให้ แต่เพื่อให้เป็นแนวทางอย่างง่ายเพื่อเลือกปั๊มน้ำ และไม่ต้องคำนวณอะไรที่ซับซ้อน เราจะต้องรู้จักทำความเข้าใจตัวปั๊มน้ำที่นิยมใช้กับตู้ปลาก่อน ซึ่งปั๊มน้ำโดยทั่วไป จะมีข้อมูลที่สำคัญแสดงไว้คือ

1. Q max คือ อัตราไหลของน้ำที่ปั๊มสามารถจ่ายได้ มีหน่วยเป็นปริมาตรต่อเวลา เช่น ลิตรต่อชั่วโมง หรือ แกลลอนต่อนนาที เป็นต้น

2. H max คือ แรงดันที่ปั๊มสามารถสร้างได้ แสดงอยู่ในรูปความสูง มีหน่วยเป็นความยาว เช่น เมตร หรือ ฟุต เป็นต้น

3. W คือ กำลังไฟฟ้าที่ต้องการ มีหน่วยเป็น วัตต์ ซึ่งจะเป็นตัวบอกเราว่าเราจะสิ้นเปลืองค่าไฟมากน้อยเท่าไหร่

ปริมาณน้ำที่เราต้องการให้หมุนเวียน

จะหาได้จากกราฟ Q - Head หรือ อาจหาได้จากการประมาณสมการเชิงเส้น

Q = Q max - Qmax * H/Hmax

ยกตัวอย่าง ปั๊ม 5000L/hr H max = 3 m. ถ้าเราต้องการรู้ว่าถ้าจะปั๊มน้ำขั้นสูง 1.5 m. น้ำจะไหลเท่าไหร่

อนุมานเป็นสมการ   Q= 5000 - 5000*1.5/3 Q= 2500 L/hr หรือ 41.67 L/min

หรือดูจากกราฟ

เราจะพบว่า อัตราการไหลของน้ำจะขึ้นกับ H นั่นเอง ซึ่งอัตราการไหล Q จะแปรผกผันกับ H หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ H มาก จะได้ Q น้อย แต่ถ้า H น้อยจะได้ Q มาก ส่วน H นั้นจะมีค่าดังสมการ

H total = Hstatic + Hf โดยที่ Hstatic คือค่าความต่างระดับของน้ำทีปั๊มต้องดันขึ้น Hf คือ ค่าที่เกิดจากการไหลของน้ำผ่านท่อ และข้องอต่าง ๆ ดังนั้นค่านี้จะขึ้นอยู่กับการเดินท่อของตู้ของเรา เรามาทำความรู้จักกับ H ของตู้ปลาของเรา ซึ่งปกติตู้ปลาที่มีจำหน่ายทั่วไปจะแบ่งได้

1. แบบกรองข้าง หรือ กรองเพชร

H static = ความสูงผิวน้ำของตู้เลี้ยง - ความสูงผิวน้ำของช่องกรอง

Hf = ประมาณ 0 ถ้าเราไม่ลีดท่อ แต่ถ้ารีดท่อ จะขึ้นอยู่กับอัตราการไหลของน้ำกับขนาดท่อที่รีด ถ้ารีดมากค่าก็จะสูง หรือ รีดกับปั๊มที่จ่ายอัตราการไหลสูง ก็จะมีค่าสูงเช่นกัน

ยกตัวอย่าง

อัตราการไหลของน้ำ 5000 L/hr ท่อออกจากปั๊มเป็นขนาด 1 นิ้ว

 ถ้าเราต่อท่อเพื่อเชื่อมระหว่าตู้เลี้ยงกับช่องกรองด้วยท่อ 1 นิ้ว ยาว 10 เซนติเมตร จะมีค่า Hf = 0.0114 m. แต่ถ้าเรารีดท่อลง เป็น 6 หุน

ค่า Hf = 1.53 m การหาค่า Hf ขอไม่กล่าวถึงแต่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้

ตัวอย่างถ้าระดับน้ำตู้เลี้ยงกับตู้กรองห่างกัน 20 เซนติเมตร และไม่ได้รีดท่อ Htotal = 0.2 m. ถ้าเราต้องการอัตตราน้ำไหล 2000 L/hr

เราก็ต้องเลือกปั๊มที่ จ่ายน้ำ 2000 L/hr ที่ 0.2 m.

ถ้าเราเลือกปั๊ม 2500 L/hr H max = 1.5 m.

เราจะได้การอัตราไหลเวียนของน้ำเป็น Q = 2500 - 2500*0.2/1.5 = 2166.67 L/hr จากข้างต้นจะเห็นว่าถ้าตู้ปลาเราต่อท่อเข้ากับปั๊มไม่รีดท่อเลยก็จะประหยัดพลังงานมากที่สุด

2. แบบกรองล่าง

H static = ระยะสูงสุดของท่อ - ระยะผิวน้ำของช่องกรองที่ปั๊มอยู่

Hf = จะแปรผกผันกับขนาดท่อ แต่จะแปรตามความยาว และอัตราการไหลของน้ำ

ยกตัวอย่าง

ถ้าอัตราการไหลของน้ำ 2500 L/hr และเดินตู้ ด้วยท่อ 1 นิ้ว ยาวทั้งหมด 3.2 เมตร จะได้ Hf = 0.1009 m. แต่ถ้าเดินด้วยท่อ 6 หุน จะได้ Hf = 0.8712 เมตร

ถ้าอัตราการไหลของน้ำ 5000 L/hr และเดินตู้ด้วยท่อ 1 นิ้ว ยาวทั้งหมด 3.2 เมตร จะได้ Hf = 0.3618 m. แต่ถ้าเดินด้วยท่อ 6 หุน จะได้ Hf = 3.133 เมตร

การเดินท่อ แนะนำให้เดินตามขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่ปั๊มน้ำเชื่อมต่อให้มา ตัวอย่างถ้าต้องการอัตรการไหลของน้ำประมาณ 2500 L/hr ระยะสูงสุดของท่อยกสูงกว่าระดับผิวน้ำของตู้กรองล่าง 1.4 เมตร

ความยาวรวมท่อทั้งหมด 3.2 เมตร เดินด้วยท่อ 1 นิ้ว H total = 1.4 + 0.1 = 1.5 m. จะต้องเลือกปั๊มน้ำที่จ่าย 2500 L/hr ที่ 1.5 เมตร

ดังนั้นเราเลือกปั๊มน้ำ 5000 L/hr H max = 3 m. แต่ถ้าเราเดินด้วยท่อ 6 หุนแทน Htotal = 1.4 + 0.87 = 2.27 m. จะต้องเลือกปั๊มน้ำที่จ่าย 2500 L/hr ที่ 2.27 เมตร

ดังนั้นเราเลือกปั๊มน้ำ 5000 L/hr H max = 4.5 m. ปกติปั๊มน้ำ ถ้าจ่ายน้ำเท่ากัน Head ยิ่งสูง ยิ่งกินกำลังไฟมาก ดังนั้งถ้าออกแบบท่อดีจะทำให้เราประหยัดพลังงานได้มากขณะที่ได้น้ำไหลเวียนเท่ากัน

อ่าน 19809 ครั้ง