scoops

สายพันธุ์

แนวทางมือเก่าเลือกปลา

การเลือกซื้อปลามังกร


สิ่งสำคัญประการหนึ่งในการเลี้ยงปลามังกรก็คือขั้นตอนการเลือกซื้อปลาครับ การเลือกซื้อปลาที่มีความสวยงามถูกต้องย่อมทำให้ผู้เลี้ยงปลามังกรนั้นได้รับความสุข ความสนุกในการเลี้ยงตลอดเวลา ปลามังกรตัวหนึ่งๆนั้นมีชีวิตที่ยืนยาวมากนับสิบๆปี จนหลายท่านคาดไม่ถึงทีเดียว สำหรับปลาที่มีอายุมากที่สุดในเมืองไทยเท่าที่ทราบก็กว่า 40 ปีเศษแล้วครับ เป็นปลามังกรแดง Super red ครับ เรียกได้ว่าหากเลี้ยงได้ดีสมบูรณ์แล้ว ปลาจะอยู่กับเราจนลูกหลานเราโตทีเดียว เพราะฉะนั้นการเลือกปลาที่จะเลี้ยงมาอยู่กับเรานั้นจึงมีความสำคัญมากครับ

มีสุภาษิตกระเหรี่ยงฝรั่งแปลเป็นไทยกล่าวไว้ว่า "ในช่วงชีวิตหนึ่งนั้น มนุษย์จะเลี้ยงปลามังกรได้กี่ตัวกัน ฉะนั้นจงเลือกปลาที่เจ้าชอบที่สุด" หากท่านไม่ใช่เศรษฐีเงินถุงเงินถัง ที่มีโอกาสเลือกซื้อปลามังกรเลี้ยงปลามังกรได้เป็นจำนวนมากๆ หรือว่าสามารถซื้อปลาที่คัดมาได้อย่างดีแล้วซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องแลกมาด้วยค่าตัวที่สูงกว่าปกติ การตัดสินใจเลือกซื้อปลาจึงมีความสำคัญไม่น้อยทีเดียว ซึ่งขอเรียนว่าหากท่านไม่มีประสบการณ์ในการเห็นปลาดูปลาหรือรู้จักสายพันธ์มาบ้างพอสมควร ท่านอาจเป็นเหยื่อของพ่อค้า หรือ นักเลี้ยงด้วยกัน นักคัดปลาที่ไม่ซื่อสัตย์ หลอกลวงนำปลาผิดสายพันธ์ ปลามีตำหนิ มาขายให้ท่านก็ได้ ตรงจุดนี้ขอให้ท่านได้ระมัดระวังกันครับ ทางที่ดีนั้นควรที่จะได้ศึกษาหาความรู้เสียก่อน เมื่อมีความรู้ความเข้าใจ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่ต้องการเอาเปรียบสังคมเหล่านี้ครับ

ในปลาสายพันธ์สีแดงพิจารณาได้ไม่ยากนักครับ เพราะเน้นเรื่องเกล็ดสีแดงเป็นหลัก ดูเหลือบสีที่กระทบแสงไฟ ความเข้มของตา ปาก หนวด ใบหางฯลฯ ส่วนการเลือกซื้อในสายพันธ์ปลาสีทองนั้น เมื่อก่อนนี้ใครจะไปดูปลาต้องไปแต่เช้ามืด เรียกได้ว่าพระอาทิตย์ไม่ทันขึ้นด้วยซ้ำ จะไปกันต้องไปหลายคน เพื่อช่วยกันดู ออกความคิดเห็น บางรายต้องพกเอาไฟฉายไปส่องดูเหลือบเกล็ดปลาว่าสวย ประกายแวววาวไหม ชัดไหม อีกทั้งยังต้องรีบไปดูก่อนที่คนอื่นซื้อตัดหน้าครับ เรียกได้ว่าการดูปลาในสมัยก่อนนั้นเป็นเรื่องที่สนุกกันพอสมควรทีเดียว หลายปีก่อนที่ผ่านมาปลามังกรส่วนใหญ่นั้นนำมาจากธรรมชาติ หรือปลาป่านั่นเองซึ่งมีความสวยงามแบบฉบับดั่งเดิมของสายพันธ์ของเขา ไม่ค่อยจะแปลกใหม่หลากหลายรูปแบบเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งต้องเรียนว่าสมัยนี้ไม่สามารถนำเอาวิธีเลือกปลาในอดีตหรือแบบเก่ามาใช้ได้ทั้งหมดครับ

ในต่างประเทศสามารถเพาะพันธ์ปลามังกรในฟาร์มปิดได้เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วครับ สำหรับประเทศไทยเองนั้นการเพาะพันธ์เพื่อการพาณิชย์เพิ่งจะทำกันอย่างจริงจังได้ในช่วง 5-7 ปีที่ผ่านมา ทั้งของภาครัฐและเอกชน การเลี้ยงดูเพื่อการเพาะพันธ์ ย่อมแตกต่างกับการเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ในส่วนการค้าขายทางร้านปลาหรือทางฟาร์มมักเลี้ยงปลาปลาในตู้ทึบสีขาวรอบด้านทำให้ปลาปรับสภาพตัวเองให้ขาวไปด้วย เพราะมุ่งหวังที่จะให้การเปิดของเกล็ดปลาสูงมากขึ้น ตรงจุดนี้เองที่ทำให้การสังเกตเพื่อดูความสมบูรณ์ของปลานั้น หรือสีของเกล็ดปลานั้นอาจทำได้ยาก รวมถึงการที่ร้านใช้หลอดไฟในร้านเพื่อทำให้ปลาสวยงามมากขึ้น สีสันฉูดฉาด ผู้ซื้อควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมให้ดี หากไม่แน่ใจสามารถขอให้ทางร้านได้ปิดไฟเพื่อดูปลาจากสภาพแสงที่แท้จริงได้ครับ

สำหรับสิ่งสำคัญประการหนึ่งในการเลือกซื้อนั้นคือใบรับรองสายพันธ์ (ใบเซอร์) โดยทั่วไปผมให้ความสำคัญที่ตัวปลา 80 เปอร์เซ็นต์ และ ใบรับรองสายพันธ์ (ใบเซอร์) 20 เปอร์เซ็นต์ เหตุผลก็คือในปัจจุบันนี้ฟาร์มต่างๆมักที่จะใช้คำเรียกชื่อสายพันธ์ที่สวยหรูในใบรับรอง แต่พอมาดูตัวจริงแล้ว แทบหงายหลังครับเพราะลักษณะปลาที่เห็นนั้นลักษณะขัดกันกับใบรับรองมากมาย การเลือกซื้อปลามังกรนั้นเราซื้อตัวปลาเป็นหลัก ไม่ได้ซื้อใบรับรองครับ ส่วนใบรับรองสายพันธ์ก็มีความสำคัญ เพราะสามารถยืนยันสายพันธ์และที่มาของปลา หรือหมายเลขชิปที่ติดกับตัวปลา บอกถึงรายละเอียดถึงสายพันธ์ที่ฟาร์มระบุๆได้ และอีกประการหนึ่งคือเมื่อเกิดกรณีพิพาทเรื่องสายพันธ์แล้ว จะสามารถยืนยันสายพันธ์ที่แท้จริงไม่ผิดฝาผิดตัวได้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะนำมาเขียนให้ได้เป็นข้อคิดเกี่ยวกับการเลือกซื้อปลานะครับ มีคำถามจากพรรคพวกถามผมว่าควรจะเลือกซื้อปลาทองมาเลย์ตัวไหนดีกัน ระหว่างปลาทองมาเลย์ตัวหนึ่งสีเข้มแต่เกล็ดแถว 6 บนยังไม่เปิดเท่าที่ควร เกล็ดละเอียดเปิดบ้าง 70-80 เปอร์เซ็นต์ กับอีกตัวหนึ่ง เกล็ดแถวบนแถวที่ 6ด้านหลัง เริ่มเห็นเปิดเป็นสีทองบ้างแล้ว เกล็ดละเอียดเปิดเป็นสีทองหมดทุกเกล็ดแต่สีเข้มน้อยกว่าตัวแรก ซึ่งเขาเองยังตัดสินใจไม่ได้ครับ เลยอยากฟังความคิดเห็นจากมือสมัครเล่นอย่างผมว่าจะคิดยังไง คำตอบของผมกลับทำให้เขาไม่ได้ซื้อปลาทั้งสองตัวนี้ เพราะผมบอกเขาว่าการเลือกปลาอยู่ที่ตัวปลากับคนเลือก หากถูกใจทันทีก็คงไม่ต้องเลือก สองตัวนี้สวยแต่ถ้าเพื่อนชอบเปิดสูงๆข้ามหลังสีเข้มๆ ทำไมไม่เลือกอย่างที่ชอบเลยล่ะ ไม่ได้ซื้อปลาวันนี้ โอกาสข้างหน้าก็มีอีกเยอะ เอาตัวที่โดนเลยดีกว่า นั่นล่ะครับเป็นเหตุผลของผมที่บอกเพื่อนไป

สำหรับการเลือกปลาของผมนั้น คืออาจจะไม่ตรงกับมาตรฐานทั้งหมดนะครับ ขอให้คิดว่าเป็นคำแนะนำจากผู้เลี้ยงธรรมดาที่เรียนรู้มาจากพี่เพื่อนๆท่านอื่นเช่นกัน โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องชอบตามสไตล์ตัวเอง บางคนชอบ ปลาทรงกว้างหนา บางคนชอบทรงยาวกลม จะเลือกซื้อปลานั้นต้องถามตัวเองก่อนครับ หากยังไม่แน่ใจ แนะนำว่าควรไปดูปลาบ่อยๆครับ พอถึงเวลาที่เลือกซื้อก็จะได้ปลาที่ชอบจริง และมีความภูมิใจครับได้เลือกด้วยตัวเองสำหรับพื้นฐานการเลือกปลาของผมต้องครบทั้ง 5 อย่าง

1.1 เกล็ด สีปลา ต้องสวยมันวาสวยสมสายพันธ์

ปลาทองมาเลย์ (Crossback Arowana) ปลาสายพันธ์นี้ นับได้ว่าเป็นปลาที่มีเกล็ดสวยสง่ามากที่สุดของมังกรสายพันธ์เอเชียทั้งหมด การเลือกซื้อนั้นเน้นดูที่เกล็ดต้องบางวาว มีความมันสะท้อนแสงเหมือนดั่งแสงสะท้อนจากทองคำเปลว เกล็ดบางยังไงเหมือนแผ่นปิดทองอย่างนั้น ไม่ใช่สีเหลืองทองจริงแต่ไม่มีความเงาเลยหรือเกล็ดด้าน สีเกล็ดต้องไม่เข้มหรือสีอ่อนเกินไป ครีบมีสีอ่อนใกล้เคียงสีของเกล็ด สีหางเหลืองทองชัดเจน

ทองอินโด (Red Tail Golden Arowana) ปลาสายพันธ์นี้ ส่วนใหญ่มีลักษณะเกล็ดที่ดูหนา เกล็ดมีสีเหลืองทองด้านแต่ไม่มาก ไม่มันเงาเท่ากับปลามังกรทองมาเลย์ การเลือกปลาชนิดนี้ลำตัวต้องสีเข้ม ตาแดง ปลายหางเข้ม ครีบสีแดงเข้ม สีเกล็ดเหมือนทองเหลืองขัดเงา นึกถึงหัวเข็มขัดทองเหลืองของลูกเสือขอบเกล็ดสีทองต้องหนา ยิ่งเปิดต่ำเท่าไหร่ยิ่งสวย

ปลาแดง (SUPER RED Arowana) ปลาสายพันธ์นี้ จุดเด่นต้องมีสีแดง ปลาเล็กจะสังเกตได้ยาก แต่เมื่อปลาอายุมากขึ้น ก็จะแสดงศักยภาพมากขึ้นตามไปด้วย การเลือกปลามังกรแดงขนาดเล็กนั้น ต้องพิจารณาตั้งแต่สีของตาต้องแดงหรือเข้ม ปลายปาก,หนวดมีสีแดง ใบหางล่างมีเส้นเดินสีดำเข้มเป็นลาย ในปลาเล็กเหลือบสีกระทบกับแสงหลอดไฟ ต้องชัดเจน ฟ้าต้องฟ้าเข้ม ม่วงต้องม่วงเข้ม จึงจะดี เป็นต้น พอปลาแดงอายุมากขึ้นสีเกล็ดต้องดูนูนเข้ม ละอองแดงเหมือนรอยสักในเกล็ด ร่องในเกล็ดต้องถี่และลึก ในปลาขนาด 10-12 นิ้วต้องพอเห็นสีแดงบริเวณแก้ม ปากแดง ครีบแดงบ้างแล้ว

ปลามังกรเขียว (Green Arowana) ปลาสายพันธ์นี้ อาจจะดูยากนิดหน่อยสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเลือกปลามังกรเขียวเดิมๆ แต่สังเกตความแตกต่างของปลามังกรเขียวกับปลามังกรทองอ่อนไม่ออกครับ จุดสังเกตก็คือเรื่องของสีของใบหางปลามังกรเขียวที่มีสีแดงอมดำ ครีบมีสีเข้ม แตกต่างกับปลามังกรเขียวทองอ่อนที่ใบหางสีเทา หรือ เทาอมเหลือง(Yellow Tail) และครีบมีสีอ่อนนั่นเอง เรื่องสีของเกล็ดก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เกล็ดของปลามังกรเขียวค่อนข้างจะด้านเหมือนสีตะกั่ว ส่วนปลามังกรทองอ่อนจะมีความเงางามของเกล็ดมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละตัว ส่วนใหญ่แล้วจะนิยมปลาที่มีสีเข้มครับ

1.2 รูปทรงต้องสวย ดูมีพลัง

ลักษณะทรงปลาผมจะพยายามเลือกปลาที่ทรงจะเหมือนแคปซูลยา หรือทรงกระสวย นึกภาพออกนะครับคือต้องไม่แหลมทางหัวและท้ายแต่ต้องโค้งได้รูปทั้งสองข้าง ข้อหางต้องใหญ่ดูแข็งแรง ลำตัวไม่ยาวจนเกินไปดูแล้วเหมือนปลาผอม ขาดการดูแล ทรงปลาต้องกว้างแน่น ช่วงหัวปลาจรดปลายหางหลังบนและล่างต้องเรียบไม่บุบหรือโก่ง หลังโค้งเล็กน้อย ตามสัดส่วน ส่วนท้องโค้งเรียบไม่บุบหรือโก่ง หลีกเลี่ยงการเลือกปลาที่ปลามีลักษณะการว่ายน้ำของตำแหน่งหัวปลาและตัวปลาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน เช่นปลาที่มีลักษณะการว่ายน้ำหัวทิ่มหรือบริเวณหัวปลาอยู่ต่ำกว่าลำตัวปลามากแต่ใบหางและช่วงท้ายยังขนานกับพื้นตู้ ลักษณะรูปทรงของหัวปลามังกรส่วนใหญ่มีด้วยกัน 3 แบบ ทรงหัวกระสุน Bullet Head เป็นหัวปลาทรงดั้งเดิม หัวปลาจนถึงปลายปากโค้งมนปลายทู่คล้ายหัวกระสุนปืน ทรงหัวสปาร์ต้า Sparta Head เป็นหัวปลาทรงคล้ายปลายมีด สปาร์ต้า ที่หัวปลาจรดปากมีลักษณะโค้งแหลม ทรงหัวช้อน Spoon Head มักพบเห็นได้ในหัวปลาทรงปัจจุบันทั้งสามสายพันธ์ ลักษณะคล้ายปากช้อนหงาย

1.3อวัยวะต่างๆ สมบูรณ์

ตาต้องสวยใสไม่ขุ่นมัว ไม่มีเม็ดฟองอากาศในลูกตา ตาไม่ตก (ตาตกถือเป็นตำหนิ) หากตาตกแต่ท่านชอบตัวนี้ให้พิจารณาร่วมอย่างอื่นประกอบอีกที (มองภาพรวม) ปากไม่ยื่น (ปากยื่นถือเป็นตำหนิ) ถ้ายื่นต้องไม่มาก ในงานประกวดปลาต่างประเทศ บางแห่งถ้าปลาปากยื่นเกิน 3 ม.ม. เขาไม่รับพิจารณาเข้าประกวดครับ หนวดชี้ตรงไปข้างหน้า ขนาดยาวเท่ากัน ตอนเล็กหนวดอาจเป็นตัววี หรือไขว้กัน แต่ พอโตขึ้นหนวดจะขึ้นตรงได้เอง ไม่เลือกปลาที่มีหนวดยาวไม่ปกติเป็นตุ่ม หรือหูด หรือหนวดปลาหมึก รูทวารของปลาต้องไม่บวมหรือปูดจนยื่นออกมาจากตัวปลา แผ่นปิดเหงือกปลาเมื่อเวลาหายใจต้องแนบสนิทกับลำตัว ไม่อ้าหรือพับเข้าในร่องเหงือก สังเกตอวัยวะเหงือกคล้ายลูกสูบมีสีแดงสด

1.4 ครีบครบถ้วน

เมื่อปลาว่ายน้ำ ครีบเบ่งบาน ครีบอกใหญ่โค้งดั่งคันธนูไม่บิดงอผิดรูป ชายน้ำและก้านครีบทุกส่วนเป็นแนวตรงไม่แหว่งคดงอ หากก้านครีบมีลักษณะคดโค้งไปมาไม่เป็นเส้นตรง สันนิษฐานว่าปลาตัวนี้เคยครีบหักมาก่อนครับ ครีบที่ขึ้นใหม่ขึ้นไม่ตรงแนวเดิม ส่วนครีบแตกไม่ซีเรียสเดี๋ยวหาย ถ้าหางแตกคงต้องสังเกตดูว่าสาเหตุของนั้นปลามีอาการกัดหางตัวเองหรือติดเชื้อหรือไม่ ถ้าหากดูแล้วผิดปกติควรหลีกเลี่ยง บริเวณโคนหางต้องใหญ่ ไม่ลีบ ถ้าเป็นมาเลย์หรืออินโด ผมจะชอบดูละอองทองที่ไล่ตามครีบอก หรือ ครีบหางครับ เพราะสามารถเห็นความสมบูรณ์ของปลาได้ ใบหางได้รูปก้านใบหางทุกเส้นตรงไม่บิดงอ บางครั้งอาจเห็นปลายหางเป็นขอบสีขาวเป็นเรื่องปกติในปลามังกรสายพันธ์เอเชียครับ

1.5ว่ายน้ำต้องสง่า

สำหรับปลามังกรนั้น ลักษณะการว่ายน้ำเป็นสิ่งสำคัญครับ ปลามังกรที่สวยสมบูรณ์แต่การว่ายน้ำไม่ดีก็ควรหลีกเลี่ยง การว่ายน้ำของปลามังกรที่ดีต้องสวยสง่างาม น่าเกรงขามเหมือนพญามังกรร่อน ว่ายอย่างช้าๆไม่รีบเร่ง เรียกว่าเครื่องครีบเบ่งบาน ตอนว่ายน้ำครีบอกกางแทบจะตั้งฉากกับลำตัว บางครั้งท่าว่ายครีบอกทิ้งดิ่งปลายชี้พื้น ดูสง่าสวยงาม มีท่าทีสนใจต่อผู้เลี้ยง ลักษณะนี้เป็นปลาดีว่ายน้ำสวย ไม่ใช่ว่ายน้ำเหมือนพญางูเลื้อย ว่ายกลับตัวอย่างรวดเร็ว คดไปมา ว่ายเอียง ว่ายครีบลู่แนบไปกับลำตัว ทำตัวลีบ เวลาว่ายส่วนอยู่ต่ำกว่าลำตัวมากหรือว่ายหัวทิ่ม ว่ายแบบมอเตอร์ไซค์ซิ่งคือว่ายเร็วแบบไม่มีทิศทาง แบบนี้ปลาจะมีนิสัยตกใจง่าย หรือประเภทไม่ว่ายชอบอยู่ก้นตู้นิ่งๆเป็นระยะเวลานานๆ แบบนี้ก็เป็นปลาขี้เหงา ซึ่งก็ควรสังเกตด้วยเช่นกัน

แต่ที่กล่าวมานั้น ไม่ได้ตายตัวนะครับ แม้บางตัวจะได้หมด สวยหมด ผมกลับไม่สนใจก็มีครับ บางครั้งไปสนใจตัวที่แปลกมีตำหนิบ้างก็เยอะ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้เลี้ยง/ผู้ซื้อต้องมีความรู้ความเข้าใจในตัวปลาคือรู้ว่าแบบนี้คือสวยมาตรฐาน แบบนี้คือเป็นตำหนิของปลา แบบนี้คืออาการของปลาผิดปกติครับ

เมื่อเข้าใจแล้ว เวลาที่เลือกปลานั้นขอให้เลือกปลาสมบูรณ์ ตำหนิหรือข้อด้อยน้อยที่สุดและที่สำคัญต้องถูกใจตัวเองที่สุดครับ (เชื่อตัวเอง) เมื่อได้ปลาแล้วคุณจะรู้สึกภูมิใจที่ได้เลือกเองกับมือ เชื่อผมเถอะ!

อ่าน 30619 ครั้ง